![]() |
||
| แบบจัดทำแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม
กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลนครรังสิต รหัส กปท. ...L6983 อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 |
--------------------------------------------------------------------------- |
|
ตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ.2567 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 16 (2) “ให้พิจารณาอนุมัติโครงการ หรือกิจกรรม ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนตามข้อ 10”
อาศัยอำนาจของประกาศ ฯ ข้อ 10 “เงินกองทุนหลักประกันสุขภาพตามข้อ 7 วรรคหนึ่ง ให้ใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมเป็นค่าใช้จ่ายตามแผนงาน โครงการ หรือกิจกรรม ที่คณะกรรมการกองทุนอนุมัติ” จึงได้จัดทำแผนงาน โครงการ หรือกิจกรรม ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ |
|||
| 1.ชื่อโครงการ ก้าวแรกแห่งอัจฉริยะเสริมสร้างกล้ามเนื้อและภาษาเด็กปฐมวัย |
|||
| 2.ชื่อ หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน โรงพยาบาลประชาธิปัตย์ |
|||
| 3.หลักการเหตุผล พัฒนาการของเด็กปฐมวัยเป็นรากฐานสำคัญของชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 3 ปีแรก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมองของเด็กมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วที่สุด การพัฒนาด้านกล้ามเนื้อและภาษาเป็นองค์ประกอบสำคัญที่มีความเชื่อมโยงกันและส่งผลต่อพัฒนาการด้านอื่นๆ ของเด็กอย่างมีนัยสำคัญ ปัญหาพัฒนาการล่าช้าในเด็กปฐมวัยจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญและแก้ไขอย่างเร่งด่วน จากรายงานสถานการณ์พัฒนาการเด็กปฐมวัยของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่าหลังสถานการณ์โควิด-19 มีเด็กปฐมวัยไทยประมาณ 1 ใน 4 ที่มีพัฒนาการล่าช้า โดยเฉพาะด้านภาษาและการเคลื่อนไหว ผลการสำรวจในปี 2564 แสดงให้เห็นว่า เด็กปฐมวัยไทยมีพัฒนาการสมวัยรวมทุกด้านอยู่ที่ร้อยละ 70.3 ซึ่งยังต่ำกว่ามาตรฐานสากลที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ที่ร้อยละ 80-85 การขาดการกระตุ้นที่เหมาะสมจากผู้เลี้ยงดูเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการไม่สมวัย เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้าด้านการเคลื่อนไหวอาจมีปัญหาในการหยิบจับสิ่งของ การคลาน หรือการเดิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในขณะเดียวกัน พัฒนาการด้านภาษาที่ล่าช้าจะส่งผลต่อความสามารถในการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ทำให้เด็กอาจมีปัญหาในการแสดงความต้องการหรือทำความเข้าใจคำสั่งต่างๆ ได้ การส่งเสริมพัฒนาการอย่างถูกต้องและทันท่วงที จะช่วยให้เด็กมีโอกาสในการแก้ไขและพัฒนาทักษะที่ขาดไปได้. โครงการนี้จึงมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้และทักษะให้แก่ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็ก ในการกระตุ้นพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อและภาษาอย่างเหมาะสมผ่านกิจกรรมต่างๆ การจัดทำสื่อและจัดหาของเล่นที่ส่งเสริมพัฒนาการจะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถนำไปใช้กับลูกน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพในชีวิตประจำวัน ด้วยการมีส่วนร่วมของครอบครัวเป็นหลัก เราเชื่อมั่นว่าเด็กกลุ่มเป้าหมายจะสามารถพัฒนาทักษะที่จำเป็นได้อย่างเต็มศักยภาพ และมีพัฒนาการที่สมวัยอย่างรอบด้าน ซึ่งจะเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเรียนรู้ในอนาคต จากสถานการณ์ดังกล่าว สอดคล้องกับการดำเนินงานคัดกรองพัฒนาการเด็กในพื้นที่ตำบลประชาธิปัตย์ ผลการคัดกรองพัฒนาการในปี 2567 พบว่าเด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัย ร้อยละ 18.56 (ข้อมูลจาก HDC) วิเคราะห์ข้อมูลพบว่าเด็กส่วนใหญ่ไม่ได้รับการคัดกรองพัฒนาการตามช่วงอายุ เนื่องจากผู้ปกครองหลายท่านอาจยังขาดความรู้ความเข้าใจและทักษะที่เพียงพอเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กตามช่วงวัย จึงไม่มีการจัดกิจกรรม การเลือกสื่อ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ส่งผลให้พัฒนาการทั้งด้านการเคลื่อนไหวและภาษาของบุตรหลานล่าช้า ดังนั้นการให้ความรู้และสนับสนุนผู้ปกครองเลือกกิจกรรมและของเล่นที่เหมาะสม จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อลดอัตราการล่าช้าของพัฒนาการในเด็กกลุ่มเป้าหมาย และส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการที่สมวัยอย่างรอบด้านตั้งแต่ปฐมวัย ซึ่งจะเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต |
|||
|
4.วัตถุประสงค์
4.1 เพื่อให้ผู้ปกครอง/ผู้เลี้ยงดูเด็กปฐมวัย 0-6 ปี มีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในการส่งเสริมพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวและภาษา 4.2 เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวและภาษา รวมถึงพัฒนาการองค์รวมของเด็กปฐมวัย 0-6 ปี 4.3 เพื่อสร้างรูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครอง/ผู้เลี้ยงดูเด็ก ด้วยนวัตกรรมสุขภาพ “ชุดช่วยจำ 4 ส. ด้วย DSPM” |
|||
| 5. วิธีดำเนินการ
ขั้นเตรียมการ - ประชุมบุคลากรผู้รับผิดชอบโครงการเพื่อวางแผนการดำเนินงาน - จัดเตรียมสื่อ ป้ายประชาสัมพันธ์ และเนื้อหาสำหรับอบรมผู้ปกครองเกี่ยวกับพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว พัฒนาการด้านภาษา และการเลือกของเล่นที่เหมาะสม - จัดหาสื่อส่งเสริมพัฒนาการและของเล่นสำหรับเด็กวัย 0-6 ปี (เช่น สะพานเดี่ยวทรงตัว, จั้มสปริง, ชุดหินฝึกการทรงตัว, หนังสือนิทาน ฯลฯ) - ประชาสัมพันธ์โครงการฯ และประเมินพัฒนาการเด็กกลุ่มเป้าหมาย ขั้นดำเนินการ - ลงทะเบียนผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กพัฒนาการสงสัยล่าช้าที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 100 คน - จัดกิจกรรม “โรงเรียนพ่อแม่” ให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง/ผู้เลี้ยงดูเด็กกลุ่มเป้าหมาย ในหัวข้อ - แจกจ่ายสื่อความรู้ส่งเสริมพัฒนาการและของเล่นที่เหมาะสมกับวัยให้แก่ครอบครัวกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำไปใช้ส่งเสริมพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง - จัดกิจกรรมกลุ่ม LINE OA เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปรึกษารายบุคคลและติดตามผลเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กกลุ่มเป้าหมาย - จัดกิจกรรมกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการเด็กรายบุคคล เพื่อติดตามและประเมินพัฒนาการของเด็ก รวมถึงให้คำแนะนำเพิ่มเติมแก่ผู้ปกครองตามความเหมาะสม - ประเมินความรู้และพึงพอใจของผู้ปกครอง/ผู้เลี้ยงดูเด็กหลังทำกิจกรรม สรุปและรายงานผลการจัดกิจกรรม ผู้รับผิดชอบโครงการรายงานผลและปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงานให้คณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลนครรังสิตทราบ เมื่อเสร็จสิ้นโครงการ |
|||
| 6. กลุ่มเป้าหมาย และกิจกรรม
6.2 กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน จำนวน 200 คน 1. ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กปฐมวัย 0-6 ปี ที่มีพัฒนาการสงสัยล่าช้า จำนวน 100 คน 2. เด็กปฐมวัย 0-6 ปี ที่มีพัฒนาการสงสัยล่าช้า จำนวน 100 คน กิจกรรม : 5. การส่งเสริมพัฒนาการตามวัย/กระบวนการเรียนรู้/ความฉลาดทางปัญญาและอารมณ์ เป็นหน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มประชาชน ที่มีสิทธิขอรับงบประมาณ ( ตามประกาศ ฯ พ.ศ. 2567 ข้อ 4 ) 7.1.1 หน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข เช่น รพ.สต. [ข้อ 10 (1)] ประเภทการสนับสนุน( ตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันฯ พ.ศ. 2567 ข้อ 10 ) 7.2.1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข [ข้อ 10(1)] กลุ่มเป้าหมายหลัก 7.3.2 กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมายหลัก 5. การส่งเสริมพัฒนาการตามวัย/กระบวนการเรียนรู้/ความฉลาดทางปัญญาและอารมณ์ แผนสุขภาพ ปัญหาสุขภาพอื่น |
|||
| 7. ระยะเวลาดำเนินการ เริ่มวันที่ 1 มกราคม 2569 สิ้นสุด 1 มีนาคม 2569 |
|||
| 8. สถานที่ดำเนินการ 1. คลินิกสุขภาพเด็กดีโรงพยาบาลประชาธิปัตย์
2. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดเทศบาลนครรังสิตในหมู่ที่ 1 ถึง หมู่ที่ 6 ตำบลประชาธิปัตย์ |
|||
| 9. งบประมาณ
จากงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลนครรังสิตจำนวน 40,300.00 บาท รายละเอียด ดังนี้ - ชุดฝึกพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวสำหรับเด็กปฐมวัยสะพานเดี่ยวทรงตัว 1 ชุด ๆ ละ 6,600 บาท เป็นเงิน 6,600.00 บาท - ชุดฝึกพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวสำหรับเด็กปฐมวัยชุดหินฝึกการทรงตัว 1 ชุด ๆ ละ 3,900 บาท เป็นเงิน 3,900.00 บาท - ชุดฝึกพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวสำหรับเด็กปฐมวัยชุดจั๊มสปริง 1 ชุด ๆ ละ 2,800 บาท เป็นเงิน 2,800.00 บาท - ชุดหนังสือนิทานส่งเสริมภาษาเด็กปฐมวัย จำนวน 100 ชุด x 250 บาท เป็นเงิน 25,000 บาท เป็นเงิน 25,000.00 บาท - วัสดุสำนักงานในการดำเนินงาน เช่น ป้ายอาคริลิค, กระดาษ A4, ปากกา ฯลฯ เป็นเงิน 2,000 บาท เป็นเงิน 2,000.00 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 40,300.00 บาท |
|||
| 10. ตัวชี้วัด / ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. ผู้ปกครอง/ผู้เลี้ยงดูเด็ก ร้อยละ 80 มีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการส่งเสริมพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวและภาษาได้เหมาะสม 2. เด็กกลุ่มเป้าหมาย ร้อยละ 90 มีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวและภาษากลับมาสมวัย 3. ผู้ปกครอง/ผู้เลี้ยงดูเด็ก ร้อยละ 90 ใช้นวัตกรรมสุขภาพ “ชุดช่วยจำ 4 ส. ด้วย DSPM” ในการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก |
|||
| 11. คำรับรองความซ้ำซ้อนของงบประมาณ
ข้าพเจ้า นางชุติมา เจริญรัตน์จรูญ หน่วยงาน โรงพยาบาลประชาธิปัตย์ ในฐานะของผู้เสนอแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ขอรับรองว่า แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ที่เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ ในครั้งนี้ ✓ ไม่ได้ซ้ำซ้อนกับงบประมาณที่ได้รับจากแหล่งอื่น ✓ สอดคล้องกับแผนสุขภาพชุมชน ของ กปท. ✓ รับทราบถึงกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และวิธีการดำเนินงานตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ.2567 และที่แก้ไขเพิ่มเติม แล้ว |
|||
| นายธัชณรงค์ ธัญญศรี ( ประธานเสนอโครงการ ) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ |
|||
|