ภาพกิจกรรม ห้องเรียนปลอดฝุ่นโรงเรียนนครรังสิต สิริเวชชะพันธ์


ประเทศไทยมีพื้นที่ฝุ่นเกินมาตรฐาน 37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) กว่า 58 จังหวัด ประชากรที่อยู่ในพื้นที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน มีมากกว่า 56 ล้านคน และในปี 2567 มีแนวโน้มว่าฝุ่น PM 2.5 จะเพิ่มสูงขึ้น ที่ยังคงมีความรุนแรงต่อเนื่องในหลายพื้นที่ แต่จากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 พบว่า กลุ่มเด็กที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีแนวโน้มที่ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษทาง อากาศมากกว่ากลุ่มประชากรในวัยอื่น เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันและปอดยังพัฒนาไม่เต็มที่ มีอัตราการหายใจ มากกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งปกติแล้วเด็กจะมีอัตราการหายใจถี่กว่าผู้ใหญ่ จะสูดอากาศที่มีมลพิษเข้าไปมากกว่าผู้ใหญ่ ยิ่งเด็กอายุน้อยเท่าไร อัตราการหายใจเข้าต่อนาทีก็ยิ่งถี่มากขึ้นเท่านั้น เด็กจึงมีความเปราะบางต่อผลกระทบต่างๆ มากกว่าทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เมื่อฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ผ่านเข้าไปในสมองของเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กที่อยู่ในครรภ์มารดา ฝุ่นละอองเหล่านี้จะทำลายเซลล์สมอง ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสติปัญญา ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้เด็กมีโอกาสเกิดผลกระทบต่อสุขภาพ โดยผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดขึ้น เมื่อPM2.5 เข้าสู่ร่างกายสามารถส่งผลต่อการเรียนรู้ ความเป็นอยู่ และความสามารถในการประกอบอาชีพในระยะยาว จึงได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์และออกแบบเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อนันทนาการ พื้นที่โล่ง และแนวป้องกันมลพิษทางอากาศ ดังนั้น โรงเรียนนครรังสิต สิริเวชชะพันธ์และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลนครรังสิต (สิริเวชชะพันธ์) จึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นต้องพัฒนาปรับปรุงห้องปลอดฝุ่น จึงได้จัดโครงการห้องเรียนปลอดฝุ่น เพื่อลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยห้องปลอดฝุ่นเป็นหนึ่งในมาตรการด้านสาธารณสุขที่ดูแลสุขภาพของเด็กและจัดการความเสี่ยงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม และป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก และทำแนวพื้นที่กันชน (Buffer Zone) ที่เหมาะสมกับโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ ต่อไป
© กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลนครรังสิต