ภาพกิจกรรม โครงการป้องกันภาวะโลหิตจางนักเรียนประถมศึกษาและนักเรียนหญิงมัธยมศึกษา ในตำบลประชาธิปัตย์ ปีงบประมาณ 2569


สถานการณ์ภาวะโลหิตจาง เป็นปัญหาของกระทรวงสาธารณสุขที่สำคัญ จากการสำรวจภาวะโภชนาการของเด็กไทยอายุ 6 เดือน – 12 ปี ระหว่างปี พ.ศ.2553-2555 ภายใต้โครงการ South East Asia Nutrition Survey (SENUTS) โดยสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบเด็กไทยกลุ่มวัยเรียนมีภาวะโลหิตจาง ร้อยละ 10.4 และ Health Data Center ระดับจังหวัดปทุมธานี ปี 2568 พบว่าหญิงวัยเจริญพันธุ์ อายุ 15 ถึง 49 ปี ที่ได้รับการคัดกรองภาวะโลหิตจาง ในขณะที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ พบภาวะโลหิตจาง ร้อยละ 33.5 มีสาเหตุหลักมาจากการขาดสารอาหารจากการรับประทานอาหารที่ไม่เพียงพอหรือการดูดซึมสารอาหารไม่เพียงพอ การติดเชื้อการอักเสบ โรคเรื้อรัง โรคทางนรีเวชและสูตินรีเวช และการเสียเลือดจากประจำเดือนในเด็กหญิงวัยเจริญพันธุ์เป็นต้น สาเหตุทางโภชนาการที่พบบ่อยที่สุดของภาวะโลหิตจางคือการขาดธาตุเหล็ก(WHO 2025 โรคโลหิตจาง) ดังนั้นการขาดธาตุเหล็กจึงส่งผลเสียต่อการทำงานด้านกายภาพ การสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการเจ็บป่วย และพัฒนาการของสมองของเด็กตั้งแต่ก่อนวัยเรียนตลอดถึงวัยทำงานทำให้ การเรียนรู้หรือประสิทธิ์ภาพในการทำงานลดลง กรมอนามัยโดยสำนักโภชนาการ ได้ดำเนินโครงการควบคุมและป้องภาวะโลหิตจางมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การควบคุมและป้องภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กของประเทศไทย มีนโยบายเสริมธาตุเหล็กให้กับประชากรกลุ่มต่างๆ โดยให้ยาเสริมไอโอดีน ธาตุเหล็ก กรดโฟลิกในหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดบุตร ยาน้ำเสริมธาตุเหล็กในเด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปี ยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กในเด็กวัยเรียน อายุ 6-12 ปี และให้ยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและกรดโฟลิก สำหรับหญิงไทยอายุ 13-45 ปีภายใต้ชุดสิทธิประโยชน์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นงานส่งเสริมสุขภาพกลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลประชาธิปัตย์ จึงได้จัดทำโครงการป้องกันภาวะโลหิตจางนักเรียนประถมศึกษาและนักเรียนหญิงมัธยมศึกษา ในตำบลประชาธิปัตย์ ปีงบประมาณ 2569 เพื่อป้องกันให้เด็กวัยเรียนมีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กลดลง มีความฉลาดทางสติปัญญาการเรียนรู้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
© กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลนครรังสิต