ภาพกิจกรรม สร้างเสริมสุขภาพช่องปากนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น “ฟันสะอาด เหงือกแข็งแรง


ประเทศไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายในการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพของประชากรไทยทุกช่วงวัย ซึ่งการพัฒนาศักยภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่นเป็นการวางรากฐานโครงสร้างคุณภาพคนที่ดีที่สุด เพื่อสร้างเด็กรุ่นใหม่ที่มีความคิดดี การเรียนรู้ที่ดี มีความพร้อมทุกด้าน ส่งต่อไปสู่เยาวชนที่มีคุณภาพ เพื่อเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง เป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต สุขภาพช่องปากที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญในสุขภาพทั่วไปทั้งร่างกายและความเป็นอยู่ที่ดีหรือสุขภาวะทั้งหมด การมีสุขอนามัยช่องปากที่ไม่ดีอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพทั่วไป ประชากรในกลุ่มวัยรุ่นตอนต้น (อายุ 13-15 ปี) เป็นกลุ่มที่สุขภาพทั่วไปดี แต่ต้องให้ความสำคัญเพราะเริ่มมีพฤติกรรมเสี่ยงหลายอย่างซึ่งจะส่งผลต่อตนเอง และการเป็นโรคเรื้อรังในวัยผู้ใหญ่ไปจนถึงสูงอายุ โรคในช่องปากที่พบมากและเป็นปัญหาสาธารณสุขสองอันดับแรกในวัยรุ่นตอนต้นได้แก่โรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบ จากรายงานการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติที่ทำการสำรวจทุก 5 ปี ครั้งที่ 9 พ.ศ. 2566 เมื่อเปรียบเทียบกับผลจากการสำรวจครั้งที่ 8 พบความชุกของโรคฟันผุในเด็กอายุ 12 ปีลดลงจากร้อยละ 52.0 เป็นร้อยละ 49.7 และมีค่า เฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด ลดลงจาก 1.4 ซี่ต่อคน เป็น 1.2 ซี่ต่อคน สภาวะเหงือกอักเสบเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 66.3 เป็นร้อยละ 80.2 ด้านพฤติกรรมสุขภาพช่องปากและการรับบริการสุขภาพช่องปาก ปัจจัยที่มีผลโดยตรงต่อสภาวะเหงือกอักเสบคือ พฤติกรรมการแปรงฟัน ซึ่งพบว่าพฤติกรรมการแปรงฟันก่อนนอนทุกวันใกล้เคียงกับการสำรวจครั้งที่ผ่านมาจากร้อยละ 58.6 เป็นร้อยละ 57.8 พฤติกรรมการบริโภคที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุในเด็กกลุ่มนี้ มีพฤติกรรมการกินลูกอมเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 56.8 เป็นร้อยละ 73.6 พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลมากกว่า 2 ครั้งต่อวันขึ้นไปร้อยละ 10.6 ได้รับบริการทันตกรรมลดลง จากร้อยละ 50.8 เป็นร้อยละ 40.9 เด็กวัยรุ่น อายุ 15 ด้านสภาวะสุขภาพช่องปาก เมื่อเปรียบเทียบกับผลจากการสำรวจครั้งที่ 8 พบว่า สภาวะการเกิดโรคฟันผุค่อนข้างคงที่ พบมีความชุกของโรคฟันผุร้อยละ 61.2 โดยมีค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด 2.1 ซี่ต่อคน ซึ่งใกล้เคียงกับผลจากการสำรวจครั้งที่ 8 ที่พบความชุกของโรคฟันผุร้อยละ 62.7 ค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด 2.0 ซี่ต่อคน สภาวะเหงือกอักเสบเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 69.9 เป็นร้อยละ 79.5 ด้านพฤติกรรมสุขภาพช่องปากในเด็กกลุ่มนี้ พบว่า พฤติกรรมการแปรงฟันก่อนนอนทุกวันเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 66.0 เป็นร้อยละ 69.2 โดยในปีการศึกษาที่ผ่านมาเด็กอายุ 15 ปีได้รับการตรวจฟันลดลงจากร้อยละ 53.6 เป็นร้อยละ 37.3 ได้รับบริการทันตกรรมลดลงจากร้อยละ 32.3 เป็นร้อยละ 24.8 แสดงว่ากลุ่มวัยรุ่นส่วนใหญ่ยังแปรงฟันไม่มีประสิทธิภาพ มีความรู้เข้าใจเรื่องบริการทันตกรรมน้อย และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพที่ยังไม่ถูกต้องเหมาะสม สภาวะสุขภาพช่องปากในวัยนี้ จะใช้เพื่อทำนายแนวโน้มการเกิดโรคในช่องปากในวัยผู้ใหญ่ได้ ทั้งนี้กลุ่มวัยรุ่นตอนต้นถือเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญ เนื่องจากในช่วงวัยนี้ รัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะดูแลเฝ้าระวังและส่งเสริมทันตสุขภาพชัดเจนเหมือนในกลุ่มนักเรียนประถมศึกษาทำให้ในวัยดังกล่าวไม่ได้รับการดูแลจากโครงการเฝ้าระวังและส่งเสริมทันตสุขภาพจากหน่วยงานสาธารณสุขของภาครัฐ โรงพยาบาลประชาธิปัตย์ จังหวัดปทุมธานี จึงได้จัดทำโครงการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น “ฟันสะอาด เหงือกแข็งแรง” ปีงบประมาณ 2569 ขึ้น เพื่อศึกษาสภาวะสุขภาพช่องปากและพฤติกรรมการดูแลอนามัยช่องปากของเยาวชนในโรงเรียนมัธยมศึกษา ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนหาแนวทาง การจัดโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลอนามัยช่องปาก การฝึกอบรมและพัฒนานักเรียนระดับมัธยมศึกษา เพื่อการป้องกันโรคฟันผุและเหงือกอักเสบที่มีประสิทธิภาพในกลุ่มเด็กมัธยมศึกษาตอนต้นในวงกว้างและระยะยาวต่อไป โดยมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการแปรงฟันที่ถูกวิธีและสะอาดอย่างต่อเนื่องโดยพัฒนาประสิทธิภาพการแปรงฟันและได้รับคำแนะนำการรักษาทางทันตกรรมที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการลุกลามของโรคในกลุ่มนักเรียนที่มีปัญหาสุขภาพช่องปาก เพื่อช่วยให้ประชาชนมีทันตสุขภาพที่ดีตั้งแต่เยาว์วัย และมีทันตสุขนิสัยที่ดีสืบต่อไป
© กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลนครรังสิต