ภาพกิจกรรม ป้องกันและดูแลช่วยเหลือเยาวชนในสถานศึกษาและชุมชน ปี 2568


ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญที่มีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และความมั่นคงของประเทศ ที่ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ที่ทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วมทั้งด้านการป้องกัน การปราบปราม และการบำบัดรักษาฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ป้องกันการเสพติดซ้ำ ช่วยฟื้นฟูให้กลับเป็นคนดี เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า สร้างประโยชน์และไม่เป็นภาระของสังคมอย่างไรก็ตามยังพบว่าผู้ติดยาเสพติดมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญพบว่าปัญหายาเสพติดมีการแพร่ระบาดมากขึ้นในกลุ่มเด็กและเยาวชน ที่มีอายุอยู่ในช่วง ๑๒-๑๗ ปี ซึ่งเด็กและเยาวชนเหล่านี้คืออนาคตของชาติ เป็นวัยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการใช้ยาเสพติดเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกายที่เริ่มก้าวเข้าสู่วัยรุ่น เป็นช่วงของการปรับตัว มีความอยากรู้อยากลอง มีความเป็นตัวของตัวเอง เชื่อมั่นตัวเอง ซึ่งหากสามารถช่วยให้เยาวชนกลุ่มนี้ก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างเหมาะสม เด็กก็จะเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็ง ใช้ความสามารถและสติปัญญาได้อย่างเต็มศักยภาพ ในทาง ตรงกันข้าม หากเยาวชนกลุ่มนี้ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จะมีผลทำให้สมองถูกทำลายอย่างมาก มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอาการทางจิตประสาทอย่างถาวรในอนาคต ส่งผลถึงการเรียน การเจริญเติบโต และเกิดการชักชวนเยาวชนอื่น ๆ ให้มาข้องเกี่ยวกับยาเสพติด ทำให้ปัญหายาเสพติดเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น จนเป็นปัญหาของสังคมและประเทศชาติจนยากที่จะแก้ไขในการแก้ไขปัญหายาเสพติดนั้นกลุ่มที่สำคัญคือกลุ่มเยาวชน ซึ่งองค์ประกอบสำคัญของการแก้ปัญหาคือครอบครัว และโรงเรียนซึ่งถือเป็นบ้านที่สอง ครูที่มีความสำคัญต่อพฤติกรรมของนักเรียนมากที่สุดคือครูประจำชั้น ที่จะต้องมีความใกล้ชิดเป็นพ่อแม่คนที่สองรองจากบิดามารดาของเด็ก ดังนั้นครูจึงมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชนทั้งเรื่องการให้ข้อมูลความรู้ เจตคติต่อการยอมรับและให้โอกาสต่อความแตกต่างของเยาวชนแต่ละคนที่อาจผิดพลาดไปใช้ยาเสพติด ครูต้องสามารถสังเกต เฝ้าระวัง คัดกรองเยาวชนกลุ่มเสี่ยง หรือกลุ่มเริ่มเสพได้อย่างถูกต้อง และสามารถรีบให้การช่วยเหลือเยาวชนที่มีปัญหายาเสพติดในระยะต้น ๆ ได้ ก่อนที่จะมีการเสพติดที่รุนแรงมากขึ้น เพื่อช่วยให้เด็กนักเรียนที่เริ่มติดยาเสพติดเกิดแรงจูงใจ เห็นโทษภัยของยาเสพติด และสามารถลดละเลิกยาเสพติด และกลับมาใช้ชีวิตในสังคมโรงเรียน สามารถเรียนหนังสือได้ตามปกติต่อไปได้ และยังรวมไปถึงในชุมชนด้วย การให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยการร่วมใช้ทรัพยากรในชุมชน กับองค์ความรู้ทางสาธารณสุขมาดูแลจัดการแก้ไขปัญหาจากยาเสพติดตามบริบทของพื้นที่ ข้อมูลสถิติผู้เข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดของสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี ในปี 2564 , 2565 และ 2566 จำนวน 4,140,6,106 และ7,139 และเป็นกลุ่มเยาวชน ร้อยละ 8.53 ,9.09 และ9.18 ตามลำดับ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้เสพผู้ติดยาเสพติดจึงได้ดำเนินโครงการป้องกันและดูแลช่วยเหลือเยาวชนในสถานศึกษาและชุมชน ขี้น
© กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลนครรังสิต