หน้าหลัก
คณะกรรมการ
เอกสาร
ภาพกิจกรรม
ข้อมูลพื้นฐาน
ติดต่อกองทุน
เข้าสู่ระบบ
หน้าหลัก
คณะกรรมการ
เอกสาร
ภาพกิจกรรม
ข้อมูลพื้นฐาน
ติดต่อกองทุน
เข้าสู่ระบบ
ภาพกิจกรรม ส่งเสริมทันตสุขภาพผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และผู้พิการ ในเขตเทศบาลนครรังสิต หมู่ 1 ถึงหมู่ 4
เลือกหมวดหมู่กิจกรรม
2552
2553
2554
2555
ประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ
2556
2557
2558
2559
2560
2561
2562
2563
2564
2565
2566
2567
2568
2569
ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัย (Aged Society) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 จนถึง พ.ศ. 2564 ไทยมีสัดส่วนประชากรกลุ่มผู้สูงอายุหรือมีอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 12 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 6 ของประชากรไทย ถือเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากประเทศสิงคโปร์ และพร้อมจะขยับขึ้นเป็นสังคมสูงอายุแบบสุดยอด (Hyper Aged Society) ซึ่งมีสัดส่วนประชากรที่อายุมากกว่า 65 ปีถึงร้อยละ 20 หรือมีประชากรอายุมากกว่า 60 ปีกว่าร้อยละ 30 ภายในปี พ.ศ. 2584 การเตรียมการด้านสาธารณสุข และสังคมที่ต้องให้การดูแลผู้สูงวัยที่มีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงจนติดบ้านติดเตียงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมความพร้อมให้เพียงพอ เพื่อให้ประชากรกลุ่มดังกล่าวมีอายุที่ยืนยาวขึ้น ซึ่งเทศบาลนครรังสิตใช้รูปแบบที่เรียกว่า Community Based long term care โดยส่งอาสาบริบาลท้องถิ่นไปดูแลผู้สูงวัยที่ป่วยติดเตียงตามบ้านวันละ 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อการดูแลขั้นพื้นฐาน ทำความสะอาดร่างกาย ป้อนอาหาร ป้อนยา ซักล้าง ซึ่งเป็นบริการทางสังคมไม่ให้รู้สึกถูกทอดทิ้ง งานทันตสาธารสุข ศูนย์บริการสาธารณสุข 3 (เทพธัญญะอุปถัมภ์) เทศบาลนครรังสิต มุ่งเน้นและให้ความสำคัญต่อการดูแล ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ป่วยกลุ่มติดบ้านติดเตียง ในพื้นที่เทศบาลนครรังสิต ให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เนื่องจากผู้ป่วยมีความสามารถในการเคี้ยว การกลืน และการดูแลตนเองที่ลดลง หากทำความสะอาดช่องปากได้ไม่ดี อาจเป็นเหตุให้มีเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราสะสมในช่องปาก และอาจเป็นสาเหตุเกิดสภาวะปอดติดเชื้อเป็นอันตรายได้ ดังนั้น การดูแลสุขภาพช่องปากในผู้ป่วยติดเตียงจึงมีความสำคัญไม่ต่างจากการดูแลสุขภาพทั่วไป และจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เพิ่มเติมที่ควรใช้ เช่น แปรงซอกฟัน แปรงกระจุกเดียว ดังนั้นผู้ป่วยและผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงมีความจำเป็นที่จะได้รับบริการส่งเสริมสุขภาพด้านทันตสาธารณสุข ได้แก่ การตรวจสุขภาพช่องปาก การทาฟลูออไรด์วานิช รวมทั้งการได้รับความรู้และฝึกทักษะการทำความสะอาดช่องปาก และการใช้อุปกรณ์ต่างๆในการดูแลสุขภาพช่องปาก ตลอดจนการให้คำแนะนำผู้ดูแล ยิ่งไปกว่านั้นการเยี่ยมผู้ป่วยยังช่วยเยียวยาสภาพจิตใจทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล อันจะส่งผลให้บุคคลทั้งคู่มีภาพจิตที่ดี มีกำลังใจ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดชั่วอายุขัย
© กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลนครรังสิต